🎫 เปรียบเทียบชัดๆ! พาสเที่ยวโอซาก้า 3 ตัวท็อป เลือกซื้อใบไหนประหยัดเงินที่สุด?
เที่ยวโอซาก้าด้วยตัวเอง ซื้อพาสไหนดี? สรุปครบจบในหน้าเดียว!
เวลาวางแผนเที่ยวในตัวเมืองโอซาก้า หลายคนมักลังเลว่าจะซื้อ Osaka Amazing Pass ที่รวมค่าเข้าที่เที่ยว หรือซื้อแค่ตั๋วรถไฟใต้ดิน Osaka Metro Pass หรือจะเลือกพาสมาแรงอย่าง Have Fun in Kansai Pass ดี? วันนี้เราเปรียบเทียบความต่าง ข้อดี-ข้อจำกัด และแพลนเที่ยวที่ช่วยให้คุณประหยัดเงินได้มากกว่าครึ่งมาฝากครับ!
📊 ตารางเปรียบเทียบ 3 พาสยอดฮิตในโอซาก้า
| ชื่อพาส |
การเดินทางที่รวม |
สถานที่ท่องเที่ยวที่เข้าฟรี |
เหมาะกับใคร? |
| 1. Osaka Amazing Pass (1 วัน / 2 วัน) |
รถไฟใต้ดิน Osaka Metro + รถไฟเอกชนในเมือง + รถบัส ไม่จำกัดรอบ |
เข้าฟรีมากกว่า 40 แห่ง! (ปราสาทโอซาก้า, Umeda Sky Building, ล่องเรือโดทงโบริ, ชิงช้าเท็มโปซาน ฯลฯ) |
คนที่มาโอซาก้าครั้งแรก และตั้งใจเก็บแลนด์มาร์กตั้งแต่ 3 แห่งขึ้นไปใน 1 วัน |
| 2. Osaka Metro Pass (1 วัน / 2 วัน) |
รถไฟใต้ดิน Osaka Metro ทุกสาย + Osaka City Bus ไม่จำกัดรอบ |
ไม่มีเข้าฟรี (แต่ได้ส่วนลดค่าเข้าชมที่เที่ยวกว่า 30 แห่ง) |
สายช้อปปิ้ง ตะลุยกินคาเฟ่ที่ขึ้นรถไฟใต้ดินเกินวันละ 4 เที่ยวแต่ไม่ได้เน้นเข้าพิพิธภัณฑ์ |
| 3. Have Fun in Kansai Pass (1 สัปดาห์) |
เลือกแลกตั๋วรถไฟ/รถบัส หรือคูปองอาหารตามรายการที่กำหนด |
เลือกเข้าที่เที่ยว/กิจกรรมตัวท็อปได้ 3 หรือ 6 รายการ (เช่น Harukas 300, ล่องเรือ, เช่ากิโมโน) |
คนที่อยากขึ้นจุดชมวิว Harukas 300 หรือเที่ยวกระจายหลายวันในแถบคันไซ |
1. บัตร Osaka Amazing Pass (บัตรเบ่งเที่ยวทั่วโอซาก้า คุ้มที่สุดสำหรับมือใหม่!)
จุดชมวิวสวนลอยฟ้า Umeda Sky Building Kuchu Teien Observatory (ที่มา: LIVE JAPAN)
Osaka Amazing Pass คือบัตรท่องเที่ยวอันดับ 1 ตลอดกาลของโอซาก้าครับ ปัจจุบันเปลี่ยนมาใช้รูปแบบ บัตรดิจิทัล (E-Ticket สแกน QR Code ผ่านมือถือ) ไม่ต้องไปต่อคิวแลกบัตรแข็งอีกต่อไป แค่เปิดหน้าเว็บจากเวาเชอร์แล้วสแกนเข้าประตูรถไฟใต้ดินและสถานที่ท่องเที่ยวได้เลย!
- แลนด์มาร์กยอดฮิตที่เข้าฟรี (มูลค่ารวมเกินค่าบัตรไปไกล!):
- ปราสาทโอซาก้า (Osaka Castle Museum) + เรือทองคำ Osaka-Jo Gozabune Boat
- จุดชมวิวตึก Umeda Sky Building Kuchu Teien Observatory (เข้าฟรีเมื่อสแกนก่อนเวลา 15:00 น.)
- ล่องเรือโดทงโบริ (Tombori River Cruise / Wonder Cruise)
- ชิงช้าสวรรค์ยักษ์ Tempozan Ferris Wheel & เรือสำเภา Santa Maria
- หอคอยซึเทนคาคุ (Tsutenkaku Tower) & สไลเดอร์ Tower Slider
- ความคุ้มค่า: แค่ขึ้นรถไฟใต้ดิน 3-4 รอบ + เข้าปราสาทโอซาก้า + นั่งเรือทองคำ + ล่องเรือโดทงโบริตอนเย็น ก็คืนทุนค่าบัตรเกินคุ้มแล้วครับ!
2. บัตร Osaka Metro Pass (ตัวจริงเรื่องประหยัดค่ารถไฟใต้ดินสำหรับสายช้อป & สายกิน)
บัตรโดยสารรถไฟใต้ดิน Osaka Metro Pass แบบไม่จำกัดเที่ยว (ที่มา: Klook)
ถ้าวันไหนคุณตั้งใจตระเวนช้อปปิ้งและหาของอร่อยตามแนวรถไฟใต้ดิน เช่น Umeda → Shinsaibashi → Namba → Tennoji → ตลาดปลา Kuromon โดยไม่ได้ต้องการเข้าชมพิพิธภัณฑ์หลายแห่ง การซื้อ Osaka Metro Pass ในราคาหลักร้อยต้นๆ จะช่วยประหยัดค่ารถไฟได้มากที่สุดครับ
- ราคาสุดประหยัด: เริ่มต้นเพียงประมาณ 150 – 190 บาทสำหรับบัตร 1 วัน (24/28 ชั่วโมง) แค่นั่งรถไฟใต้ดิน Osaka Metro เกิน 3-4 เที่ยวในวันเดียวก็คุ้มแล้ว!
- สิทธิพิเศษเพิ่มเติม: แสดงบัตรเพื่อรับส่วนลดค่าเข้าชมสถานที่สำคัญกว่า 30 แห่งทั่วเมืองโอซาก้า (เช่น ปราสาทโอซาก้า, Umeda Sky Building, พิพิธภัณฑ์สัตว์น้ำไคยูคัง)
3. บัตร Have Fun in Kansai Pass & Osaka e-Pass (ทางเลือกยืดหยุ่น ขึ้นตึก Harukas 300 ได้!)
ข้อสังเกตสำคัญคือ จุดชมวิวตึก Abeno HARUKAS 300 ไม่ได้รวมอยู่ในสิทธิ์เข้าฟรีของบัตร Osaka Amazing Pass ครับ! ดังนั้นถ้าใครอยากขึ้นไปชมวิวพระอาทิตย์ตกและวิวยามค่ำคืนบนตึกที่สูงที่สุดในโอซาก้าอย่าง HARUKAS 300 แนะนำให้เลือกใช้บัตร Have Fun in Kansai Pass (อายุใช้งาน 7 วัน เลือกได้ 3 กิจกรรม) หรือ Osaka e-Pass แทนจะคุ้มกว่ามากครับ
🏨 แนะนำ 2 โรงแรมใจกลาง Dotonbori & Namba! ติดสถานี Osaka Metro เดินช้อปปิ้งได้ยันดึก
ถ้าใช้พาสเที่ยวโอซาก้าด้วยรถไฟใต้ดิน สายสีแดง (Midosuji Line) การเลือกพักโรงแรมที่อยู่ตรงกลางระหว่างสถานี Namba และ Shinsaibashi จะทำให้คุณเดินทางไปทุกแลนด์มาร์กได้เร็วที่สุด และเดินกลับห้องพักหลังล่องเรือโดทงโบริเสร็จได้ใน 1 นาทีครับ!
📍 1. Cross Hotel Osaka (โรงแรมครอส โอซาก้า – เดิน 1 นาทีถึงป้ายกูลิโกะ โดทงโบริ!)
โรงแรมดีไซน์โมเดิร์นสุดฮิตของคนไทยที่ทำเลชนะเลิศที่สุดในย่านมินามิ! ตั้งอยู่ริมถนน Midosuji ห่างจาก ป้ายกูลิโกะ (Dotonbori) และท่าเรือล่องเรือ Tombori River Cruise เพียง 1-2 นาที และเดินไปสถานีรถไฟใต้ดิน Namba หรือ Shinsaibashi ได้ง่ายมาก ห้องพักกว้างกว่าโรงแรมญี่ปุ่นทั่วไป พร้อมอ่างอาบน้ำแยกส่วนสุดสบาย
📍 2. Holiday Inn Osaka Namba by IHG (โรงแรมฮอลิเดย์ อินน์ โอซาก้า นัมบะ)
อีกหนึ่งโรงแรมเครือมาตรฐานระดับโลกที่ตั้งอยู่ใจกลางย่าน Dotonbori มีร้าน Don Quijote, ร้านราเม็งข้อสอบ (Ichiran) และร้านสะดวกซื้ออยู่หน้าโรงแรม ช้อปปิ้งของฝากเสร็จเดินเอาของขึ้นมาเก็บบนห้องแล้วลงไปเดินเล่นต่อได้สบายๆ เหมาะทั้งคู่รักและครอบครัวที่ต้องการห้องพักขนาดกำลังดีในทำเลใจกลางเมืองครับ
💡 แจกแพลนเที่ยว 1 วันใช้บัตร Osaka Amazing Pass ยังไงให้คุ้มเกินราคาบัตร 2 เท่า!
- ช่วงเช้า (09:00 – 12:00 น.): ไป ปราสาทโอซาก้า รีบนำ QR Code ไปแลกตั๋วเรือทองคำ Osaka-Jo Gozabune ก่อนคิวเต็ม แล้วขึ้นชมด้านบนปราสาทโอซาก้า
- ช่วงบ่ายต้น (13:00 – 15:00 น.): นั่งรถไฟใต้ดินไปสถานี Umeda เพื่อขึ้นจุดชมวิว Umeda Sky Building (อย่าลืมสแกนเข้าก่อน 15:00 น. เพื่อเข้าฟรี!)
- ช่วงบ่ายแก่ (16:00 – 18:00 น.): นั่งรถไฟสายสีเขียวไปสถานี Osakako ล่องเรือสำเภา Santa Maria ชมวิวอ่าวโอซาก้า และขึ้นชิงช้าสวรรค์ยักษ์ Tempozan Ferris Wheel
- ช่วงค่ำ (19:30 – 21:00 น.): กลับมาที่ย่านนัมบะ แลกตั๋วล่องเรือ Tombori River Cruise ชมไฟป้ายกูลิโกะยามค่ำคืน ปิดท้ายวันแบบฟินๆ!
ความคิดเห็น
แสดงความคิดเห็น